สารจากประธานกรรมการบริหาร

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย

ประธานกรรมการบริหาร (CEO)

ปี 2560 เป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของ คณะกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานบริษัท PPS อย่างแท้จริงในการเฉลิมฉลองวันสำคัญวันครบรอบ 30 ปีของพวกเรา เพื่อที่จะเป็นการกำหนดจุดเริ่มต้นใหม่ของก้าวต่อไปของบริษัทฯ

โดยในปี 2560 ในส่วนของธุรกิจการบริหารจัดการงานก่อสร้าง ซึ่งคงยังเป็นธุรกิจหลักของ PPS ในขณะนี้ เป็นปีที่ธุรกิจหลักของเรา มีงาน Backlog ที่ต่อเนื่องมากจากปี 2559 เป็นงานที่เป็นหนึ่งในกระแสการลงทุนของภาครัฐบาลอันได้แก่ งานก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟสที่สอง ซึ่งเราก็คาดว่างานของภาครัฐจะยังออกมาต่อเนื่องต่อไปในปี 2561 ที่จะถึงนี้ ในส่วนของงานภาคเอกชนนั้น ก็ยังมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และเรายังคงเห็นการลงทุนของภาคเอกชนที่คาดว่าน่าจะมากขึ้นกว่าปี 2560 ในปี 2561 ที่จะถึงนี้

ในส่วนของงานออกแบบซึ่งเป็นงานออกแบบโครงสร้างและงานระบบผ่านบริษัทลูกคือบริษัท PPS Design CO.,LTD. นั้น ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2559 อย่างมีนัยสำคัญจาก โครงการ Lesoo mall ซึ่งเป็นเงินลงทุนของกลุ่มทุนจากจีน โดยในช่วงที่ผ่านมาเป็นการลงทุนใน เฟสที่หนึ่งเท่านั้น โดยงานออกแบบโครงสร้างและงานระบบทำผ่านบริษัท PPS Design CO.,LTD. และส่วนงานออกแบบสถาปัตย์นั้น ทำผ่านบริษัท Swan and Maclaren Thailand ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัท Swan and Maclaren Group Pte. Ltd. ซึ่งในส่วนนี้ จะรับรู้ส่วนแบ่งจากกำไร เท่านั้น

แต่ในส่วนการลงทุนในธุรกิจใหม่ อย่างการทำงาน Event และการพัฒนาระบบ Application นั้น ยังมีความล่าช้า และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทำให้ในปี 2560 บริษัท พีพีเอส อินฟอร์เมชั่นคอลซัลแตนท์ หรือ PIC มีผลประกอบการที่ขาดทุน ซึ่งทางเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และปรับกลยุทธธุรกิจของ PIC ใหม่ เป็นการทำเป็น Production house เป็นหลัก แต่อย่างไรก็ดี ผลงานของ PIC ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจ และสร้าง Brand รวมถึงการผลิตรายงานประจำเดือน Monthly report ของหน่วยงานต่างๆ ของ PPS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรได้ และสร้างความล้ำหน้าในการแข่งขันให้กับ PPSGROUP ได้

ทำให้ผลประกอบการของ PPS GROUP มีรายได้รวม 396.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีรายได้ 319.10 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 24.11 ในส่วนของกำไรก็ส่งผลเช่นกัน ผลกำไรรวมในปี 2560 มีมูลค่า 55.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีผลกำไร 32.18 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 71.44

ในปีที่ผ่านมา PPS ได้กำหนดแผน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561 ถึง 2565 ไว้ว่า ภายใน ห้าปีต่อจากนี้ PPS จะต้องสามารถมีรายได้ถึง 1000,000,000 บาท (หนึ่งพันล้านบาท) และมีทุนจะทะเบียนประมาณ 300,000,000 ล้านบาท (สามร้อยล้านบาท) ภายในห้าปี โดยคงรายได้จากธุรกิจเดิมของ PPS กล่าวคือธุรกิจบริหารและควบคุมการก่อสร้าง ไว้ให้ไม่เกินปีละ 500,000,000 (ห้าร้อยล้านบาท) ต่อปี นั่นคือ PPS จะต้องมีรายได้จากธุรกิจอื่นๆ มาให้ได้ถึง ห้าร้อยล้านบาทต่อปี นั่นหมายความว่า PPS จะต้องพัฒนาธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องจากธุรกิจหลัก และบริษัทมีความได้เปรียบทางด้านการตลาดและความชำนาญ ให้มีรายได้ ถึง 500,000,000 บาท (ห้าร้อยล้านบาท) ต่อปี บริษัทฯจึงต้องมีการปรับตัวให้พร้อมกับการเติบโตและการแข่งขันในหลายๆด้าน เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ แผนงานในปี 2561 จึงเป็นการทำงานในสามเรื่องหลัก ได้แก่

เรื่องที่หนึ่ง พัฒนาระบบการทำงานอย่างต่อเนื่องให้เกิดนวตกรรมในทุกภาค (PPS Innovation) ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอด Application ที่ใช้ในการบริหารควบคุมงานก่อสร้าง PPS Project live ที่สามารถออกเอกสารได้อย่างรวดเร็วและเก็บข้อมูลไว้เป็น Knowledge management ของบริษัทฯ และต่อเนื่องจากปี 2560 Project Live ได้พัฒนาต่อยอดมาเป็น Mobile application ทั้ง ios แบะ Android ซึ่งคาดว่าสามารถต่อยอดไปเป็นธุรกิจที่เสริมรายได้ของ PPS ได้ และในส่วนของการพัฒนาระบบการทำงาน อีกด้านคือการพัฒนาระบบการทำงานในช่วงก่อนการก่อสร้างให้มากขึ้น (Pre-construction) และให้ระบบงานนี้ครอบคลุมไปถึงช่วงส่งมอบ และช่วงการใช้งานอาคาร ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงการก่อสร้างเหมือนที่เป็นมา ซึ่งหมายถึงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเอกสาร (Document Control) และ ระบบ การควบคุมปริมาณงานเพื่อจัดการงานเพิ่มลดและงานเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้คาดว่าสองระบบนี้จะต้องดำเนินการให้เสร็จในปีนี้ เพื่อบริษัทสามารถนำระบบดังกล่าวใช้เป็นช่องทางในการสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจต่อไปได้

เรื่องที่สอง คือเรื่องการพัฒนาการทำงานให้มีความเป็นสากล (International) มากขึ้น เนื่องจากการสภาพการแข่งขันในธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ทั้งวิธีการทำงาน ทั้งความคาดหวังของลูกค้า และวิธีการทำงานของคู่แข่งต่างชาติ ที่ถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ PPS เนื่องจากอยู่ในระดับตลาดระดับเดียวกัน PPS จึงต้องปรับวิธีการทำงานให้มีความเป็นสากล ซึ่งหมายถึงการทำงานแบบสากล การสื่อสาร แบบสากล จึงเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องพัฒนา กันอีกหลายๆ ปีจากนี้ไป

เรื่องที่สาม คือเรื่อง re-brand ด้วยความที่ธุรกิจหลักแต่เดิม PPS ทำในเรื่อง การบริหารและการควบคุมงานเป็นหลัก ซึ่งหมายถึงเราจะเน้นไปที่การทำงานในช่วงการก่อสร้าง และทำงานเมื่อมี โครงการขึ้นใหม่เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน รูปแบบการทำธุรกิจ รวมถึงบริการของบริษัทในกลุ่ม มีความหลากหลาย และครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ช่วงการคิดโครงการไป การออกแบบ ไปจนถึงการก่อสร้าง การส่งมอบ และการบริหารจัดการอาคารและการใช้อาคาร การบริหารจัดการพลังงาน เราจึงต้องมีการสื่อสารให้กับคนภายในองค์กร มีความเข้าใจ และสื่อสารให้กับลูกค้าเข้าใจ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของ PPS Group ในอนาคตจากต่อไปนี้

ในช่วงอนาคตอันใกล้นี้ เรายังเห็นโอกาสอีกมากมายในความเติบโต ของ PPS ซึ่งเรายึดหลักการดำเนินธุรกิจอยู่บนพื่นฐานของความน่าเชื่อถือ ความน่าไว้วางใจในฝีมือ ซึ่งหมายถึงการดำเนินงานอย่างโปร่งใส ปราศจากคอรัปชั่น การดูแลสังคมสิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การดำเนินงานเพื่อสร้างสรรค์สังคม อย่างน้อยก็ที่อยู่รอบตัวของพวกเรา รอบหน่วยงานของเรา ให้ดีขึ้นในทุกๆด้าน เพราะเราเชื่อว่าการสอนที่ดีคือการทำให้ดูเป็นแบบอย่าง การสร้างที่ยั่งยืน คือการสร้างคนที่เขาจะไปทำต่อ คนที่จะไปรักษาสิ่งดีๆ ที่เราสร้าง การดูแลผู้ถือหุ้นของเราให้ได้ผลตอบแทนที่ดีจากผลประกอบการที่เติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่องทุกๆปี ให้คู่ควรกับความไว้วางใจที่มอบให้ทีมงานของ PPS เสมอมา