สารจากกรรมการผู้จัดการ

นายธัช ธงภักดิ์

กรรมการผู้จัดการ

ปี 2559 เป็นปีที่ประเทศไทยเริ่มมีความมั่นคงทางการเมืองมากกว่าปี 2558 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลที่มีความมุ่งมั่นเเละผลักดันการพัฒนาประเทศผ่านมาตรการทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนาเเละเปลี่ยนผ่านด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบโครงสร้างใหม่ที่มีความยั่งยืนเเละสอดคล้องรองรับกับการปรับตัวของเศรษฐกิจยุคใหม่ของโลก มาตรการเเรกๆที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจด้วยการลงทุนในระบบสาธรณูปโภคพื้นฐานที่จะส่งให้เกิดมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเเละช่วยผลักดันให้ภาคเอกชนมีการลงทุนเเละเกิดการบริโภคเเละมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ มาตรการดังกล่าวได้เริ่มส่งผลให้ภาคงานก่อสร้างเเละอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับงานก่อสร้างเริ่มมีการขยายตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2558 โดยบริษัทฯก็ได้รับผลดีจากนโยบายดังกล่าว

ผลประกอบการในภาพรวมของบริษัทฯเเละบริษัทในเครือมีการขยายตัวได้ดีเมื่อเทียบกับปี 2558 รายได้รวมของกลุ่มในปี 2559 มีมูลค่า 319.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีรายได้ 238.93 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 33.56 ในส่วนของกำไรก็ส่งผลเช่นกัน ผลกำไรรวมในปี 2559 มีมูลค่า 32.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีผลกำไร 3.39 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 849.26 ทั้งนี้เป็นผลจากการที่บริษัทฯได้รับงานควบคุมงานก่อสร้างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่สอง เเละงานหลายๆโครงการของบริษัทฯกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังมีความก้าวหน้าอย่างเต็มที่

ในปี 2559 สัดส่วนของรายได้ในงานภาครัฐเริ่มเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์เเละเป้าหมายที่ได้วางไว้ตั้งเเต่ต้นปี อย่างไรก็ดีบริษัทฯก็มิได้ละทิ้งตลาดหลักในภาคเอกชนที่บริษัทฯมีความเเข็งเเกร่ง นอกจากนี้บริษัทฯยังได้มีความพยายามที่จะเปิดตลาดเข้าไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพในการเป็นพันธมิตรกันเพื่อเพิ่มความมั่นคงของรายได้ เเละบริษัทฯยังได้มีโอกาสเข้ารับงานในภาคอุตสาหกรรมที่บริษัทฯยังไม่มีผลงานในอดีตมากนักเเละงานศูนย์ข้อมูลสาระสนเทศอีกด้วย

สำหรับงานในกลุ่มประเทศ AEC ในปี 2559 ยังถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่บริษัทฯได้รับงานมาในช่วงปลายปี 2558 มีความจำเป็นที่ต้องหยุดงานไปเนื่องจากการตัดสินใจของลูกค้า ความพยายามของบริษัทฯในการเปิดตลาดอย่างต่อเนื่องในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวตลอดทั้งปียังไม่เป็นผลสำเร็จ ส่วนงานในประเทศกัมพูชายังคงเป็นเพียงงานออกเเบบของบริษัทย่อยที่ยังไม่มีโอกาสในการขยายการให้บริการไปยังการบริหารเเละควบคุมงานที่เป็นสัดส่วนรายได้ที่มากกว่า สำหรับตลาดในประเทศเมียนมาร์ ยังคงมีความไม่เเน่นอนในเรื่องของกฎหมายเเละกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรคในการที่จะทำให้เกิดโครงการอย่างเป็นรูปธรรม สรุปในภาพรวมงานในกลุ่มประเทศ AEC ในปี 2559 ไม่ถือเป็นสัดส่วนที่สำคัญในการสร้างรายได้ให้เเก่บริษัทฯ

สรุปในภาพรวมของสัดส่วนรายได้ในปี 2559 บริษัทฯมีรายได้จากการทำงานในประเทศ 300.13 ล้านบาท เเบ่งเป็นภาคเอกชน 230.17 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 72.13 ของรายได้รวม) งานในภาครัฐ 69.96 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 21.92 ของรายได้รวม) รายได้จากงานต่างประเทศมีมูลค่ารวม 6.79 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 2.13 ของรายได้รวม)

สำหรับปี 2560 บริษัทฯ มีกลยุทธเพื่อการขยายตัวที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้

1. งานภายในประเทศ

บริษัทฯยังคงที่จะยึดเเนวทางในการเติบโตด้วยการรับงานในภาครัฐเพื่อให้รองรับกับสถานะทางการตลาด โดยในปี 2560 จะถือเป็นปีที่มีการขยายตัวในงานภาครัฐอย่างเต็มที่ผ่านโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานตามนโยบายของรัฐบาล ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในงานเอกชนอย่างต่อเนื่องทั้งการรับงานกับพันธมิตรคู่ค้าเดิมเเละพันธมิตรใหม่ โดย บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความมั่นใจในการลงทุนโครงการใหม่ในภาคเอกชนที่เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเเละการลงทุนในภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯได้วางเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทฯในปี 2560 ให้มีการเติบโตร้อยละ15จากปีก่อน

2. งานต่างประเทศ

เนื่องจากในปี 2559 รายได้ของงานในกลุ่มประเทศ AEC ของบริษัทฯไม่เป็นไปตามเป้าหมายโดยความพยายามในการขยายตลาดงานบริหารเเละควบคุมงานในกลุ่มประเทศ AEC ยังไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ดีบริษัทฯยังคงมองเห็นโอกาสในด้านงานออกแบบที่บริษัทฯได้รับงานในประเทศกัมพูชามาอย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกันด้วยการเป็นพันธมิตรกับ Swan & Maclaren Group Pte. Ltd. (SWAN) ที่ประเทศสิงคโปร์บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสของงานออกแบบที่สามารถขยายตัวออกไปที่ประเทศเวียดนามและประเทศอื่นๆในภูมิภาคโดย SWAN จะให้งานออกแบบทางด้านวิศวกรรมให้เเก่บริษัทฯและยังรวมไปถึงโอกาสในการนำเสนองานบริหารเเละจัดการงานก่อสร้างที่เป็นธุรกิจหลักอีกด้วย

3. งานด้านการออกเเบบ

บริษัทย่อยของบริษัทฯคือ บริษัท พีพีเอสดีไซน จำกัด (PPSD) เเละบริษัท สวอน เเอนด์ แมคคลาเรน (ประเทศไทย) จำกัด (SWAN (Thailand)) มีการดำเนินการที่ก้าวหน้าเเละเริ่มส่งผลรายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย PPSD และ SWAN (Thailand) เป็นพันธมิตรร่วมกันในการเสนองานออกเเบบร่วมกัน เเละ SWAN (Thailand) ยังได้มีโอกาสรับงานออกแบบขนาดใหญ่ซึ่งจะเริ่มมีการรับรู้รายได้ในปี 2560 อย่างมีนัยสำคัญ

4. การสร้างความสามารถในการเเข่งขันด้วยการสร้างนวัตกรรมเเละการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ตลอดกระบวนการทำงานของบริษัทฯยังคงเป็นนโยบายหนึ่งในการสร้างความสามารถในการเเข่งขันของบริษัทฯ ตลอดปี 2559 ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯได้ทุ่มเททรัพยากรในการสร้างนวัตกรรมเเละพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวร่วมกับบริษัท พี พี เอส อินฟอร์เมชั่น คอนซัลเเทนท์ จำกัด (PIC) โดยมีเป้าหมายในการนำระบบมาใช้ในโครงการของบริษัทฯทั้งหมดในปี 2560 ทั้งนี้เพื่อเป็นการวางรากฐานให้บริษัทฯ มีความยั่งยืนในการทำธุรกิจในระยะยาวเเละสร้างโอกาสให้บริษัท พี พี เอส อินฟอร์เมชั่น คอนซัลเเทนท์ จำกัดสามารถที่จะนำนวัตกรรมเเละเทคโนโลยีสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นไปสร้างโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมก่อสร้างต่อไป

ในปี 2559 เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่บริษัทฯได้รับรางวัล Thailand Sustainability Investment 2016 ในงาน SET Sustainability Awards 2016 รางวัลองค์กรนวัตกรรมยอดเยี่ยมในงาน “TIM Forum: “องค์กรนวัตกรรม” สู่ความยั่งยืนในตลาดหลักทรัพย์” เเละรางวัลผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการระดับดีเลิศ (5 ดาว) ซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นพยายามอย่างไม่ลดละในการพัฒนาความยั่งยืนโดยองค์รวมที่บริษัทฯจะมุ่งมั่นในการดำเนินการต่อไป

สรุปโดยรวม ผมเชื่อว่าปี 2560 จะเป็นปีที่บริษัทฯจะสามารถเติบโตได้อย่างเเข็งเเกร่งต่อเนื่องมาจากปี 2559 กลยุทธ์ เเละเป้าหมายที่วางไว้กำลังดำเนินการ รวมทั้งการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯกำลังเริ่มที่จะเกิดผลที่ดีในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ทั้งนี้เพื่อความเเข็งเเกร่งเเละการเจริญก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงเเละยั่งยืนทั้งกิจการของบริษัทฯเเละรวมไปถึงสังคมเเละประเทศชาติต่อไป